Category Archives: รวมทุกข่าวร้อน

รวบพ่อค้าจีนคาสนามบิน

รวบพ่อค้าจีนคาสนามบินหลังตระเวนลักทรัพย์ตามโรงแรม

รวบพ่อค้าจีนคาสนามบินอู่ตะเภาหลังตระเวนลักทรัพย์ตามโรงแรม สารภาพทำมาแล้ว 5 ครั้ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ตม.จว.ระยอง ร่วมกันนำกำลัง จับกุมตัว Mr.Ganggiang Guangdong อายุ 60 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในข้อหา “ลักทรัพย์ ” โดยสามารถจับกุมได้ที่ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา (ระยอง-พัทยา)

สืบเนื่องจากมีเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 59 เวลาประมาณ 08.00 น. ทางพนักงานฝ่ายรักษาความปลอดภัย ของโรงแรมหรูย่านบางรัก ได้พา Miss.Sua Won Suk สัญชาติเกาหลี อายุ 39 ปี ผู้เสียหาย มาแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สน.บางรัก ว่า มีคนร้ายได้ขโมยกระเป๋าสะพายของผู้เสียหายไป โดยภายในมีทรัพย์สินเป็น พาสปอร์ต จำนวน 2 เล่ม โทรมือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่น note4 1 เครื่อง เงินสด สกุลดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 250 ดอลลาร์ฯ และ เงินสดสกุลวอน (เกาหลี) จำนวน 350,000 วอน ซึ่งผู้เสียหายวางอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหาร ชั้น 1 ของโรงแรม ได้หายไป จากนั้นทางตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.บางรักได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ พบคนร้ายตำหนิรูปพรรณคนร้ายคล้ายชาวจีน ได้ก่อเหตุลักทรัพย์สินของผู้เสียหายที่วางไว้บริเวณโต๊ะรับประทานอาหาร ชั้น 1 ของโรงแรมไป

ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.บางรัก ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลแขวงพระนครใต้อนุมัติออกหมายจับ อีกทั้งยังได้รับการประสานจากหลาย โรงแรมในพื้นที่ กรุงเทพฯ พบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์สินของลูกค้าของโรงแรม อีกหลายแห่ง ถึงขั้นมีการแจ้งข่าวอาชญากรรม ของสมาคมผู้รักษาความปลอดภัยโรงแรม และเเจ้งข่าวสมาคมโรงแรม สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว ฯ

กระทั่งเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ได้รับการประสานจาก ตำรวจ ตม.จว.ระยองว่าพบ ผู้ต้องหารายนี้ ขณะเดินทางเข้ามาใช้บริการเพื่อเช็คอินเดินทางขาออก จึงรีบเดินทางไปจับกุมผู้ต้องหานี้ได้ ก่อนควบคุมตัวสอบสวนที่ สน.บางรัก

จากสอบสวนผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่า มีอาชีพค้าขายอาหารชนิดปิ้งย่างที่ประเทศจีน มีภรรยาเป็นชาวไทยจึงเดินทางมาเยี่ยมเยือนบ่อยครั้ง จากนั้นได้เดินทางไปตามโรงแรมหรู เมื่อพบเห็นบรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติวางทรัพย์สินของมีค่า หรือกระเป๋าไว้ที่โต๊ะอาหารโดยไม่ทันระวังตัว พอสบโอกาสก็จะลงมือขโมยทันที จากนั้นจะนำทรัพย์สินที่ได้กลับไปขายยังบ้านเกิดที่ประเทศจีน เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งทำลักษณะนี้มาแล้วกว่า 5 ครั้ง สาเหตุที่ทำเพราะได้เงินมาอย่างง่ายดาย อีกทั้งผู้เสียหายน้อยคนจะแจ้งความกับตำรวจ เพราะเป็นคนต่างชาติ ไม่อยากยุ่งยากเสียเวลา

อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ ต้องทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายรายนี้ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งมากกว่าที่สารภาพ ทั้งนี้หากมีผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายรายนี้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าว สามารถเดินทางตรวจสอบได้ที่ สน.บางรัก เบื้องต้นทางตำรวจแจ้งข้อหาลักทรัพย์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดีเอสไอนำกำลังบุกค้น อารามปริสุทโธ

ดีเอสไอนำกำลังบุกค้น “อารามปริสุทโธ” สถานที่ซึ่งคาดหมายว่าพระธัมมชโยหลบซ่อนอยู่ในนั้น

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการสำนักบริหารคดีพิเศษ ในฐานะ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นำกำลังพร้อมหมายค้นจากศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าตรวจค้นภายในอารามปริสุทโธ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ ถนนเลียบคลอง 3 เลยจากวัดพระธรรมกาย ประตู 4 และ ประตู 1 ประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ภายในอาคารเลขที่12/19 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นอาคารส่วนบุคคล อยู่นอกพื้นที่ควบคุมตามประกาศ มาตรา 44 ของ คสช.

โดยการปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์ เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ได้สั่งการฝ่ายสืบสวนของดีเอสไอและตำรวจเพื่อจัดชุดติดตามตัวพระธัมมชโย
ซึ่งเบื้องต้นการข่าวดีเอสไอพบเบาะแสพระธัมมชโยหลบหนีไปอยู่ในสถานที่เครือข่ายวัดพระธรรมกาย ซึ่งอยู่นอกพื้นที่ควบคุมตามประกาศ มาตรา 44 ของ คสช.
แต่ภายหลังจากการตรวจค้นยังไม่พบตัวพระธัมมชโย แต่อย่างใด

สตม.เฝ้า ธัมมชโย หนีออกนอกประเทศ

สตม.เฝ้าระวังพิเศษป้อง”ธัมมชโย”หนีออกนอกประเทศ

จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ประกาศยุติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย และประกาศให้พระธัมมชโยเป็นผู้ต้องหาหลบหนี จึงได้ประสานหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามจับกุม โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) เพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนีออกนอกประเทศ

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 มีนาคม ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับการประสานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่า ทางพระธัมมชโย เป็นผู้ต้องหาหลบหนี ซึ่งหลังจากนี้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติของ สตม. ในการป้องกันบุคคลที่มีหมายจับเข้า-ออกประเทศได้ โดยมีระบบและเทคโนโลยีสมัยใหม่เชื่อมโยงข้อมูลไปยังจุดผ่านแดนต่างๆของประเทศ เพื่อเตือนให้เจ้าหน้าที่ทราบ และทำการจับกุม ฉะนั้นตอนนี้จึงเป็นไปไม่ได้ว่าพระธัมมชโยจะหลบหนีออกนอกประเทศผ่านเส้นทางถูกกฏหมาย

“สำหรับเส้นทางผ่านแดนธรรมชาติ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบดูแล ทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ โดยให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตื่นตัวในการเฝ้าระวัง หากหลบหนีไปจริงก็ต้องออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีความร่วมมือกับไทยในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอดเวลา อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าไม่ใช่เฉพาะพระธรรมชโยเท่านั้นที่ต้องถูกจับตามองการเข้า-ออกประเทศ ผู้ต้องหารายอื่นๆที่ทางการได้ออกหมายจับ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีของวัดพระธรรมกายก็ต้องถูกตรวจสอบ และนำเข้าระบบการแจ้งเตือนของ สตม.ด้วยเช่นกัน” ผบช.สตม. กล่าว