ไพบูลย์ ชี้ พระธัมมชโย

“ไพบูลย์” ชี้ พระธัมมชโย สิ้นอำนาจหลังวัดธรรมกายยอมให้ค้นวัด

“ไพบูลย์” ชี้พระธัมมชโย สิ้นอำนาจหลังวัดธรรมกายยอมให้ค้นวัด ปลุกกระแสสังคม เรียกร้องรัฐ “ปฏิรูปคณะสงฆ์

12 มี.ค.60-นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตราการปกป้องพิทักษ์กิจการพระศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ให้สัมภาษณ์ที่วัดพระธรรมกายได้ยอมให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าตรวจค้นวัดพื่อจับกุม พระธัมมชโยอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า นับว่าเป็นการยอมแพ้ของแกนนำการชุมนุมของวัดพระธรรมกายอย่างสิ้นเชิง ที่ไม่กล้าต่อต้านอำนาจรัฐอีกต่อไป แม้ผลการตรวจค้นจะไม่พบตัวของพระธัมมชโยก็ตาม แต่วัดพระธรรมกายก็สิ้นสภาพการเป็นเขตรัฐอิสระที่แกนนำมีแผนจะล่อลวงให้รัฐติดหล่มทั้งหวังให้เกิดการกระทบกระทั่งกับมวลชนในวัด หรือถ่วงเวลาให้ยืดเยื้อเพื่อทำลายเครดิตของคสช จะได้ต่อรองหวังประโยชน์ให้รัฐยุติการดำเนินคดีคดีต่าง ๆ

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าสาเหตุที่แกนนำการชุมนุมวัดพระธรรมกายที่ต้องยอมแพ้นั้น มีผลจากประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการถอดถอนสมณศักดิ์ ของพระธัมมชโยและพระทัตตชีโว ซึ่งติดตามด้วยมาตรการใช้กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21ดำเนินการให้พระทั้งสองรูปจะต้องสละสมณเพศต่อไป เป็นเรื่องที่แกนนำที่เหลืออยู่และพระชั้นปกครองระดับสูงที่แอบคอยให้การช่วยเหลือแกนนำ เกรงกลัวที่สุดว่ามาตรการดังกล่าวจะมาถึงตนเองในลำดับต่อๆไป เพราะแม้แกนนำก่อนหน้านี้จะโดนข้อกล่าวหาความผิดคดีอาญาหลายคดี แต่ก็ยังไม่หวั่นไหวเกรงกลัวถึงขนาดถอดใจยอมแพ้อย่างนี้แต่เมื่อเห็นพระธัมมชโยและพระทัตตชีโว ผู้นำสุงสุดพบกับชะตากรรมที่ถึงกับจุดจบในชีวิตของการเป็นสมณเพศอย่างที่ปรากฎนั้น จึงทำให้แกนนำวัดธรรมกายที่ยังเหลืออยู่ เกิดความเกรงกลัวว่าตนเองอาจจะต้องพบจุดจบเช่นเดียวกัน จึงยกธงขาวยอมแพ้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นแต่โดยดีดังนั้นบทสุดท้ายที่เป็นบทอวสานจบสิ้นทุกอย่างของพระธัมมชโยจึงมาถึงและสิ้นโอกาสที่จะกลับมามีอำนาจเหนือวัดธรรมกายอีกต่อไป

นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมากที่สุด ที่ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในเดือน พฤษภาคม 2559 เพราะถ้าหากวันนั้นเข้ามอบตัว วันนี้เชื่อได้ว่าพระธัมมชโยจะยังทรงอิทธิพลเหนือวัดพระธรรมกายและคณะปกครองสงฆ์อย่างแน่นอนฝ่ายต่อต้านพระธัมมชโยก็จะยังคงเหนื่อยใจไปอีกนาน และอาจจะไม่มีวันเห็นบทจบอวสานดังเช่นวันนี้ อย่างไรก็ตามตนเห็นว่า ตั้งแต่นี้ต่อไปประชาชนทั้งประเทศที่ห่วงใยในพระพุทธศาสนา จะต้องออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐต้องมีการแก้ไขปัญหาพระภิกษุจำนวนมากที่ประพฤติล่วงพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ จนทำให้วัดหลายแห่งมีปัญหาเต็มไปด้วยการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ทั้งเรื่องเงินทองทรัพย์สินวัด โดยพระภิกษุเหล่านั้น ดังนั้นคงต้องถึงเวลาที่จะมีการ “ปฎิรูปคณะสงฆ์ ”ขนานใหญ่แล้ว